FRIENDSHIP NEVER END
หลังจากที่ไม่ได้อัพมา 10 ชาติเศษ จนคิดว่าจะปล่อยบลอคนี้ให้เน่าไปซะแล้ว
แต่วันนี้อดไม่ได้จริง ๆ ต้องขีดเขียนซักหน่อย
ทุกคนก็คงจะเคยมีเพื่อนสนิทสมัยประถมใช่มั้ย...บางทีอาจยังสนิทกันอยู่ก็ได้
แต่บางทีอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร
บางทีเดินผ่านกันอาจจะยังจำกันไม่ได้ก็มี
แหม...พูดซะเหมือนเราเป็นคนวัยทำงานนั่งนึกถึงความทรงจำวัยเยาว์อะไรเทือกนั้น
ที่จริง เราอยู่ ม.5 ชื่อพิม เป็นคนนครสวรรค์ค่ะ
ตอนประถม ถ้าพูดถึง ป.1-ป.4 ก็มีเพื่อนสนิทหลายคน
เราเคยเห็นแว้บ ๆ อยู่ 2 คน คือ อุ้ม กับ หวาน แต่อยู่โรงเรียนอะไรกันบ้างไม่รู้
เรามัวแต่อึ้ง ๆ ไง ว่าใครวะ หน้าคุ้น ๆ ( เราเป็นคนจำหน้าคนไม่ค่อยได้ )
แต่พอนึกได้มันก็สายแหละ เพราะเราชอบเจอตอนนั้งรถสองแถวอยู่อ่ะ
พอรถออกก็ทักไม่ทันอ่ะ... ( จริง ๆ แล้วก็แอบกลัวทักไปแล้วเขาจำเราไม่ได้อะไรอย่างเงี้ย )
ส่วนคนอื่น ๆ เช่น มุก อยู่โรงเรียนเดียวกัน ตอน ม.ต้น อยู่คนละห้อง
ตอนนี้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ก็ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่แล้ว
เติร์ด ก็ตอน ม.ต้น อยู่คนละโรงเรียน แต่เจอกันที่เรียนพิเศษ แต่พอ ม.ปลาย ไปอยู่เตรียมสายศิลป์อ่ะ
แต่ก็เจอในเอ็มบ้างอะไรบ้าง...
ตอน ป.4 มีเพื่อนย้ายมาใหม่ ชื่อเฟรช มานั่งข้าง ๆ เรา
เราสนิทกับคนง่ายอยู่แล้ว ก็เลยสนิทกับเฟรช
เราไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วเฟรชเป็นคนยังไง แต่ด้วยความเป็นเด็ก ก็เชื่อใจเพื่อนแหละ
ตอนนั้นข้างเราอีกข้าง มีฟ้านั่งอยู่ วันนึงฟ้าไม่มา เราเห็นสมุดลายสวย ๆอยู่บนโต๊ะของฟ้า
เราก็เลยไปเปิดดู มันเป็นสมุดใหม่ เราอยากได้อ่ะ สวย..
เราก็เลยถามณัฐที่นั่งข้างฟ้าว่าสมุดของฟ้าเหรอ ณัฐไม่รู้
เฟรชบอกว่าเป็นของเฟรช เราก็เลยขอซื้อต่อ เฟรชก็ยอมขายให้ เราก็จ่ายตังค์ทันที
วันต่อมาฟ้ามาเรียน แล้วบอกว่านั่นคือสมุดของฟ้า เราไม่รู้อ่ะว่าจริงรึเปล่า
ณัฐมันก็เรียกให้ออกไปนอกห้อง บอกให้ไปดูอะไรไม่รู้
เราก็เลยออกไป แต่พอออกไปก็ไม่เห็นมีอะไรเลย
กลับเข้ามาในห้องก็พบว่าฟ้าเอาสมุดไปแล้ว อ้าว...กรูก็เสียตังค์ฟรีอ่ะดิ
แต่ตอนนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็เลยปล่อยไป เราก็ยังสนิทกับเฟรชเหมือนเดิม
จน ป.5 เฟรชย้ายเข้ากรุงเทพ เราก็เลยขอที่อยู่ อ่ะนะเด็ก ๆ ก็อยากเขียนจดหมาย
ตอนนั้นยังไม่มีมือถืออ่ะ มีแต่เบอร์บ้าน
เราก็ส่งจดหมายไปนะ แต่ไม่เคยได้กลับ เราคิดว่าอาจส่งไม่ถึง
เราเลยโทรไป แต่โทรไม่ติด ก็นะ..เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรหรอก ไม่ค่อยเสียใจด้วย
เดี๋ยวนี้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เขาก็หาว่าเราโง่ -*-
พอขึ้น ป.5-6 ย้ายห้องเรียน ก็ไปเจอเพื่อนใหม่ ๆ
ตอนนั้นก็สนิทกับเพลง หยก เบสท์ และชัชชัย ( ตุ๊ดซี่ ไม่มีชื่อเล่น เรียกว่าชัช )
แต่ที่สนิทมากคือ เพลง รู้สึกว่าเรามีอะไรคล้าย ๆ กันแต่เราได้อยู่ด้วยกันแค่ 2 ปี
พอขึ้น ม.1 เรากับเพลงก็อยู่คนละโรงเรียน แต่เจอกันในเอ็มบ้าง ทักกันบ่อย
เราก็มีเพื่อนใหม่ ( ส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนเดิม ) ตอนแรก ๆ ก็มี
หมูแดง แพรว มูเซอ มี่ ฟาง แนน นุ่น
พออยู่ ๆ ไป เริ่มเหรอ หมูแดง แพรว มูเซอ
เราก็เลยกลายเป็น 4 สาว Four Angels
มี่กับฟางก็ไปอยู่กับกลุ่มพวกคุ้กกี้ ส่วนแนนกับนุ่นไปอยู่กับกลุ่มเฟม
ที่ว่าเป็นกลุ่ม ๆ นี่ไม่ให้ว่าแตกแยกหรอก ก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละ แค่สนิทเป็นพิเศษ
ไปกินข้าวด้วยกัน จับกลุ่มเมาท์ด้วยกัน กรี๊ดผู้ชายด้วยกัน -*-
คบไปคบมาก็เริ่มรู้ว่า...เออ ที่แท้เราก็เหมือนกัน คนเหมือนกันถึงจะคบกันได้
ตอนประถมทั้งที่อยู่ห้องเดียวกัน กลับไม่เคยคุยกันเลย คิดว่าไม่น่าเข้ากันได้
แปลกดีเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกดีแหละ เพื่อนทำให้เรามีความสุขอย่างนี้นี่เอง
ลองถามกันเล่น ๆ ดูว่า เฮ้ยย..ทำไมตอนประถมเราไม่สนิทกันวะ
มันก็บอกว่า กลุ่มพวกเราดูเป็นสาว ( จะบอกว่าแก่ ) กว่าพวกมันตอนนั้น
ความจริงมันก็จริงนะ คือตอนประถมกลุ่มเราถือว่าตัวโตแหละ
แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่า เตี้ยเท่ากันหมด T_T
แล้วมันก็คิดว่าเราเรียบร้อย ( ทุกคนที่เห็นเราตอนแรกคิดอย่างนี้หมด)
ซึ่งความจริงแล้วตรงข้ามกับคำว่าเรียบร้อยทุกประการ
ส่วนสำหรับเรา เราคิดว่าพวกมันดูเป็นเด็กเรียนเกินไป แบบเครียดอ่ะเครียด
เอาเข้าไป ตัดสินกันจากภายนอก ที่แท้มันก็บ้าพอ ๆ กับเราแหละ
เพิ่งค้นพบความจริงตอน ม.ต้นนี่แหละ
แต่ก็เกิดเรื่องเศร้า จะเศร้าดีมั้ย ...
มูเซอไปเรียน ม.4 ที่เตรียมอุดม เราควรดีใจกับเพื่อนสิ
แต่ Four Angels ของเรา ต้องกลายเป็น Powerpuff Girls
เลยออกแนวเศร้านิดหน่อย แต่มูเซอมันก็กลับมาเยี่ยมพวกเราบ่อย ๆ
เลยไม่ค่อยคิดถึงมันเท่าไหร่ เหมือนมันยังอยู่กับเรา
แต่จริง ๆ มันก็ยังเป็นเพื่อนสนิทพวกเราอยู่แหละ
ทีนี้มาเข้าเรื่อง ( หา! พึ่งเข้าเรื่อง... )
คือว่าตอน ม.4 เพลงมาสอบเข้าโรงเรียนเรา ได้อยู่ห้องอื่น
เราดีใจนะ ได้เจอเพลงด้วย แต่ตอนนั้นเจอที่เรียนพิเศษ แล้วเรามาสายอ่ะ
ก็เลยรีบไปนั่งเรียน ไม่ได้คุยกับเพลง เพราะที่นั่งห่างกันมาก
พอช่วงพัก เราก็ดันลืมเรื่องเพลงไปสนิทเลย เพราะมัวแต่คุยสนุกกับหมูแดงอยู่
นี่ล่ะคือจุดที่เราเสียใจมาจนวันนี้เลย... เราลืมเพื่อนเก่าเพราะว่ามัวเพลินกับเพื่อนใหม่
เราไม่ได้คุยกับเพลงเลยในวันนั้น พอวันต่อ ๆ มามันก็นอย่างนี้อีก... เป็นไปเรื่อย ๆ
จนเริ่มไร้ความรู้สึก เราไม่ได้คุยกับเพลงเลย ไม่เคยทักกัน
เพลงก็ไม่คุยกับเรา ไม่ทักเรา เราคิดว่าเพลงโกรธอะไรเรารึเปล่า... แต่เราก็ไม่กล้าถาม
ประกอบกับตอนนั้น เราก็มัวแต่เพลินกับเพื่อน ๆ ใหม่ของเรา...
จนกระทั่งมันเริ่มหนักขึ้น... เวลาอีกฝ่ายเห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่
ก็จะไปนั่งฝั่งตรงข้าม ไม่พูดกัน ไม่มองหน้า ทั้งที่ไม่มีใครทำอะไรผิด
เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ..... จนกระทั่งวันนี้
ตอนนั้นเพลงนั่งรอเรียนพิเศษอยู่ เราก็เลยไปนั่งฝั่งตรงข้าม
นั่งไปซักพัก เราได้ยินเสียงเพลงพูดกับเรา
บอกว่า "พิม ๆ วันนี้คอร์สเราไม่เรียนอ่ะ อาจารย์ขอสอนคอร์สก่อนเราให้จบก่อน
ส่วนคอร์สเราอาทิตย์หน้าจะนัดแต่เช้า... เดี๋ยวเค้าจะกลับบ้านแล้ว"
ตอนนั้นเราไม่รู้ว่ารู้สึกยังไง มันแปลก ๆ ลึก ๆ คงดีใจ
เราคิดว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ทำความเข้าใจ
เราก็เลยพูดไปว่า เพลงไม่พูดกับเราเลย
เพลงก็เขิน ๆ บอกเราว่า "ไม่รู้ ก็เห็นพิมไม่พูดด้วย เค้าก็คิดว่าพิมโกรธเค้า"
เราก็เลยบอกไปยิ้มๆ ว่า "เค้าจะโกรธอะไรเพลงล่ะ" แล้วก็ขยับไปนั่งข้างเพลง
อย่างนี้แหละน้าาา คนเหมือนกันถึงจะคบกันได้ มันจริงมาก ๆ เลยครับพี้น้อง
จากนั้นเราก็บอกว่า "เค้าก็จะกลับเหมือนกัน"
ตอนขึ้นรถสองแถวกลับเราก็คุยกันตลอดทาง คุยกันเหมือนแต่ก่อน
ไม่มีท่าทีห่างเหินเลยถึงแม้จะไม่ได้คุยกันมาหลายปี...
จนกระทั่งถึงบ้านเพลง... เราก็ถามว่า "ไฉไล ( ชื่อหมาของเพลง ) ล่ะ"
เพลงก็ตอบยิ้ม ๆ ว่า "มันตายไปนานแล้ว..."
เราก็แบบ อ้าววว... เพลงลงรถไปแล้วก็โบกมือบ๊าย บาย
เราโบกมือตอบ เฮ้อ...รู้สึกดีจัง เรารู้สึกอึดอัดมาตลอดเวลาเจอหน้าเพลง
แต่ตอนนี้รู้สึก เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ ดีมากเลย...
เรากลับมาคิดดูอีกที่ ถ้าวันนี้เป็นเหมือนทุกวัน คือเข้าเรียนปกติ
เราก็คงยังเป็นแบบเดิม ยังไม่ทำความเข้าใจกัน
ต่างฝ่ายต่างเก็บไว้ ไม่แสดงออก ....
อย่างนี้ต้องขอบคุณอาจารย์จริง ๆ ที่วันนี้ไม่สอน ^^ ( ข้อดีของการไม่ได้เรียน 555+)
พอมาถึงตรงนี้เราก็คิดได้ว่า...ถ้าเราปล่อยปัญหาไว้นานกว่านี้..มิตรภาพของเราจะยังเหมือนเดิมรึเปล่่านะ
ดังนั้น... ถ้ามีปัญหาคาใจอะไรกับใคร... อย่าปล่อยไว้นานนะคะ.. รีบ ๆ เคลียร์ซะ
ปล.ชีวิต ม.ปลายนี่มีทั้งความทุกข์และความสุขจริง ๆ ค่ะ
ถึงแม้ต้องเครียดกับ การสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่การได้มีเพื่อนที่รู้ใจเรา
ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา มันก็คุ้มค่าจริง ๆ
เอาล่ะเราต้องตั้งใจแล้ว...
ปีหน้าก็ ม.6 แล้ว
ได้ข่าวว่า...ปีหน้ามึงต้องสอบเข้ามหา'ลัย มามัวนั่งทำอะไรหน้าคอมเนี่ย อีพิมมมม....